Recent posts

#1

TOYOTA YARIS Sport 2023 เป็นรุ่นที่ขายดีของ TOYOTA YARIS ปี 2023 อีโค่คาร์ยอดนิยมอันดับ 1 ของไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้รถมาหลายสิบปี ในปีนี้ ก็มีการออกรุ่นใหม่มาอีกแล้ว เป็นรุ่นที่ต้องบอกว่าโดนใจสุดๆ ทั้งหน้าตาที่ดูทันสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และราคาที่ไม่สูงเกินไป ประหยัดน้ำมันได้ยิ่งขึ้น มาดูกันว่ารถรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง เราได้รวบรวมมาไว้ให้ทุกท่านแล้ว

ขุมกำลังของ TOYOTA YARIS Sport 2023
TOYOTA YARIS Sport 2023 รุ่นนี้เป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ว่าเครื่องยนต์เป็นตัวเดียวกับรุ่นท็อปทุกอย่าง
•   ใช้เครื่องยนต์แบบ 3NR-FKE / 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-iE
•   ปริมาตรความจุของกระบอกสูบอยู่ที่ 1197 ซีซี
•   กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 92 แรงม้า ที่/ 6,000 รอบต่อนาที
•   แรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์ 109 / 4,400 นิวตัน-เมตร/รอบต่อนาที
•   ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร
•   อัตราประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ดีไซน์ภายนอก
TOYOTA YARIS Sport 2023 มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อมด้วย LED Light Guiding พร้อมกับ LED Light Guiding และปรับตั้งเวลาได้ เสาอากาศแบบครีบ ในส่วนของกระจกบังหน้า มีการตัดเสียงรบกวน ลดเสียงลมได้ดีขึ้น กระจังด้านใช้เป็นสีดำเงา เพิ่มความหรูหราด้วยแถบโครเมียม กันชนทางด้านหลังมาในรูปแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยลายของคาร์บอนไฟเบอร์

ดีไซน์ภายใน
TOYOTA YARIS Sport 2023 ในส่วนของเบาะนั่งตกแต่งด้วยผ้าและด้ายสีเทา ตกแต่งด้วยสีดำภายในตัวรถ พวงมาลัยเป็นระบบไฟฟ้า EPS หุ้มด้วยยูรีเทน พร้อมตกแต่งด้วยสีน้ำเงินเข้มเมทัลลิก คอนโซลรถเป็นสีดำเมทัลลิก การควบคุมกระจกในรถระบบไฟฟ้าทั้งหมด มีกระจกแต่งหน้าที่แผงบังแดดคู่หน้า มีไฟในห้องโดยสาร มีราวมือจับทุกจุดรวม 4 ตำแหน่ง กล่องเก็บของตรงคอนโซลกลาง ใช้เป็นยูรีเทน ที่มีความแข็งแรง

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
หน้าจอของ TOYOTA YARIS Sport 2023 ได้เครื่องเสียงในตัวรถเป็นแบบ เป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth รองรับโทรศัพท์และการฟังเพลงได้ พร้อมระบบโทรออกด้วยเสียง มีช่องเสียบ USB ด้านหน้า และช่องต่ออุปกรณ์ไฟ 12 โวลต์ มีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารอัตโนมัติ

ระบบความปลอดภัยของ TOYOTA YARIS Sport 2023
สำหรับ TOYOTA YARIS Sport 2023 ได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารในรถมากขึ้น มีถุงลมนิรภัย 4 จุดคือ คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ ไฟเบรกดวงที่ 3 เป็นแบบ LED มีกล้องมองภาพขณะที่รถถอยหลัง เพิ่มความปลอดภัย มีระบบไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน มีระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย

ราคา
TOYOTA YARIS Smart 2023 Sport 2023 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 559,000 บาท


ถ้าท่านใดที่มองหารถอีโค่คาร์ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะใช้ในเมือง TOYOTA YARIS Smart 2023 Sport 2023 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่อยากให้ท่านได้พิจารณา และด้วยราคาเพียงแค่นี้ ถือว่าคุ้มมาก เมื่อเทียบกับค่ายอื่นในคลาสเดียวกัน รุ่นนี้ถือว่าให้ของมาเยอะกว่ามาก
#2

ในวันนี้จะมาเจาะลึกข้อมูลที่น่าสนใจของ Nissan Almera 2023 ตัวใหม่ล่าสุดกัน ว่าทำไมถึงเป็นรุ่นที่ขายดีมากในยุคนี้ ด้วยสไตล์ที่โฉบเฉี่ยวสุดจี๊ด ราคาเบาสบายกระเป๋า แต่ประสิทธิภาพของรถมาเต็มที่คุ้มค่าแบบสุดๆ โดยที่ Nissan Almera 2023 เป็นรถอีโคคาร์แบบ 4 ประตู ซีดานขนาดเล็ก 5 มีที่นั่ง  มีการปรับโฉฒเปลี่ยนดีไซน์ชุดกันชนทั้งหน้าและหลังใหม่หมด มีระบบช่วยขับขี่ทรงประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน มีระบบการเชื่อมต่อของ Nissan Connect ที่สามารถสั่งงานจากระยะไกลได้อย่างสะดวกสบายแม่นยำ สามารถตรวจเช็กสถานะของรถผ่านสมาร์ตโฟนได้ในทันที และยังมีระบบขอความช่วยเหลือได้อัตโนมัติอีกด้วย แล้วรุ่นนี้ได้ทำออกมาเป็น 4 รุ่นย่อย คือ E, EL, V และ VL ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 6 สี 6 สไตล์กันเลย

ดีไซน์ภายนอก Nissan Almera 2023
    การออกแบบให้กระจังหน้าเป็นแบบ V-Motion ที่ใหญ่สวยงามโดดเด่น พื้นผิวเป็นสีดำตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟหน้ารุ่น E กับ EL เป็นแบบฮาโลเจน ส่วนรุ่น V กับ VL เป็นหลอด LED พร้อมระบบอัตโนมัติ แต่สิ่งที่ทุกรุ่นได้เหมือนกันหมด คือกระจกปรับ-พับไฟฟ้าเป็นสีเดียวกับตัวรถ ส่วนเสาอากาศนั้นเป็นแบบฝังในกระจกหลังสวยงามไม่เกะกะสายตา ส่วนล้อของรถเป็นล้อเหล็กพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว เป็นสีเทา ส่วนตัวของรถ มีความยาวที่ 4,495 มม. กว้าง 1,740 มม. สูง 1,460 มม. ด้านฐานล้อยาว 2,605 มม. และ ความสูงใต้ท้องรถอยู่ที่ 135 มม.

ขณะที่สีของรถมีให้เลือก 6 แบบ ดังนี้ สีขาว Strom White, สีแดง Radiant Red (เฉพาะรุ่น EL, V และ VL), สีดำ Black Star, สีเทา Gun Metallic, สีน้ำเงิน Night Blue (เฉพาะรุ่น EL, V และ VL) และ สีเทา Gray Sky Pearl (เฉพาะรุ่น V และ VL)

ดีไซน์ภายใน Nissan Almera 2023

    ภายในรถมีแผงคอนโซลสไตล์ Gliding Wing โดยรุ่น V กับ VL จะได้มาตรวัดอนาล็อค พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่สี TFT ขนาด 7 นิ้ว ขณะที่รุ่น E กับ EL เป็นแบบ Greyscale เช่นเดียวกับจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว โดยรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ส่วนห้องโดยสารนั้นได้ตกแต่งเป็นโทนสีดำทั้งหมด

เครื่องยนต์ของ Nissan Almera 2023

    เครื่องยนต์เป็นเบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที แล้วมีแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ในช่วง 2,400-4,000 รอบต่อนาที โดยส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีอัตราสิ้นเปลือง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ราคาแต่ละรุ่นของ Nissan Almera 2023 โดยรถรุ่นนี้มีราคา 4 รุ่นย่อยออกมาดังนี้
-    Nissan Almera 1.0 Turbo รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 549,000 บาท
-    Nissan Almera 1.0 Turbo รุ่น EL เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 589,000 บาท
-    Nissan Almera 1.0 Turbo รุ่น V เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 619,000 บาท
-    Nissan Almera 1.0 Turbo VL เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 659,000 บาท
#3

สวนสัตว์คือแห่งท่องเที่ยวที่นิยมมากที่สุดอีกรูปแบบหนึ่งของบ้านเรา โดยเฉพาะการไปเที่ยวกันแบบครอบครัว หรือว่าจะไปกับคนรักก็ดีเช่นกัน แล้วในประเทศไทยจัดว่ามีสวนสัตว์อยู่ไม่น้อยทั้งแบบใหญ่โตหรือแบบเล็กๆที่เหมาะกับธรรมชาติในแต่ละที่ ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำกับ 4 สวนสัตว์ที่น่าไปมากๆในปี 2023

4 สวนสัตว์สุดน่ารักเที่ยวได้ทั้งปี อัพเดท 2023

1.   สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คือสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆแห่งหนึ่งของประเทศ มีพื้นที่กว้างไกลกับธรรมชาติแห่งป่าเขาสีเขียวขจี ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานหลายปี แล้วยังเป็นสวนสัตว์ไม่กี่แห่งที่เป็นแบบเปิด ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสัตว์เล็กน้อยใหญ่นานาชนิดได้อย่างใกล้ชิด มีสัตว์น่ารักมากมาย อาทิ ฮิปโปโปเตมัส ช้าง กระทิง ม้าลาย ยีราฟ วัวแดง   นกกระจอกเทศ ไฮยีน่า เสือ สิงโต แล้วยังมีกิจกรรมโชว์ของสัตว์หลายประเภทอีกด้วย ค่าเข้าชมก็ไม่ได้แพงอะไรมาก ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo ได้ตลอดเวลา

2.   Camel Republic จังหวัดเพชรบุรี
Camel Republic เป็นสถานที่มีคนนิยมมาเที่ยวเยอะมากๆในแต่ละวัน เพราะเป็นสถานที่ที่ผสม Funpark & Animalpark ได้อย่างลงตัว เป็นทั้งสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมากมา แล้วยังมีโซนสวนสัตว์ที่มีสัตว์น่ารักรอให้นักท่องเที่ยวเข้ามารับชม โดยเฉพาะสัตว์หายาก อย่าง อัลปาก้า พร้อมกับสัตว์อีกมายมายนับไม่ถ้วน มาก ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook ของ Camel Republic สวนอูฐ ชะอำ

3.   Safari Park จังหวัด กาญจนบุรี
สวนสัตว์น่าสนใจต่อมาคือ Safari Park ของจังหวัด กาญจนบุรี โดยจะเป็นการนั่งรถบัสชมสัตว์นานาชนิด เนื่องจากที่นี่คือสวนสัตว์ ทำให้จะต้องนั่งรถบัสที่เตรียมไว้ จะเป็นการนั่งชมสัตว์น่ารักทั้งเล็กทั้งใหญ่ มีการป้อนอาหารสุดใกล้ชิดตลอดทาง เรียกได้ว่าความจุใจไม่แพ้ที่ไหนๆเช่นกัน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook ของ สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

4.   เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จังหวัดเชียงใหม่
ที่นี่คือสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้รับชมได้ในช่วงกลางคืน ที่จะพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างที่หาจากสวนสัตว์ไหนไม่ได้ จะได้สัมผัสเห็นวิถีชีวิตของสัตว์กลางคืนอย่างใกล้ชิด เป็นการมาเที่ยวสวนสัตว์ที่สนุกมากๆกับความมืดมิดยามราตรี แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะมีการดูแลกันอย่างเต็มที่ แต่ใช่ว่าที่นี่จะเปิดแค่กลางคืนเท่านั้น ช่วงกลางวันได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมสัตว์ได้เช่นกัน ส่วนจำนวนของสัตว์นั้นก็ขนกันมาแบบจุกๆจัดเต็มคุ้มค่ารับประกัน
#4

ขึ้นชื่อว่าทะเลทางภาคใต้ การันตี้ได้อยู่แล้วเรื่องความสวยความงาม วันนี้เราก็มีอีกหนึ่งเกาะสวยๆ มาแนะนำทุกท่าน ให้ลองไปเที่ยวสักครั้ง นั่นก็คือ เกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง หลายท่านอาจจะไม่รู้จักเท่าไหร่ เพราะว่าไม่ค่อยมีชื่อเสียงเหมือนกับเกาะอื่นๆ แต่เรื่องความสวยงาม บอกเลยว่าไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน ถ้าคุณอยากเปิดประสบการณ์การเที่ยวที่ได้ทั้งความสุข ความสงบ และความสนุกในการท่องเที่ยว มาที่ เกาะเหลาเหลียง รับรองท่านจะไม่ผิดหวังกลับไป
 
กิจกรรมที่น่าสนใจ
เมื่อท่านมาที่ เกาะเหลาเหลียง จะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าที่เกาะแห่งนี้ ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกับที่เกาอื่นๆ นั่นก็เพราะว่าคนยังไม่รู้จัก และสิ่งที่คุณจะสัมผัสได้ทันที เมื่อมาเที่ยวที่นี่ ก็คือความสวยงาม ทัศนยภาพโดยรอบ ที่เป็นภูเขาหินปูน ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลที่ใสสนิท ทำให้กลายเป็นความงามที่ยากจะลืม และธรรมชาติใต้น้ำก็สวยงามไม่แพ้กัน ยังมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดอยู่ และกิจกรรมที่น่าสนใจที่เกาะเหลาเหลียง ก็คือ
•   การดำน้ำดูปะการัง เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุด มีทั้งการดำน้ำแบบลึกและแบบตื้น รวมไปถึงสัตว์น้ำใต้ท้องทะเล ก็สวยงามยากจะลืม บอกเลยว่าไม่แพ้เกาะไหนๆ บนโลกนี้เลย
•   เดินชมวิวโดยรอบ ถ้าคุณอยากจะพักผ่อนแบบสงบๆ ไม่อยากจะยุ่งกับคนอื่น การเดินชมวิวที่หาดแห่งนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยได้ดีมากๆ เพราะความเงียบสงบ ความสวยงามของธรรมชาติ และเสียงน้ำทะเล เป็นความรู้สึกที่ฟินสุดๆ ที่คุณต้องลองมาสัมผัสเองเท่านั้น
•   นั่งเรือชมวิว ที่เกาะเหลาเหลียง มีเรือให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย หากท่านต้องการอยากจะเที่ยวบริเวณรอบเกาะ ท่านสามารถติดต่อเช่าเรือบนเกาะได้เลย จะได้ชมความงามของเกาะอย่างเต็มที่ และได้เลือกดำน้ำดูปะการังในจุดที่สวยงามที่สุด
•   ทำกิจกรรมผาดโผน คนที่ชอบความท้าทาย บนเกาะมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่นการปีนผา พายเรือคายัก หรือการตกปลา ซึ่งท่านสามารถติดต่อกับทางรีสอร์ทหรือเจ้าหน้าที่บนเกาะได้เลย

การเดินทาง
หลังจากที่ท่านเดินทางมาที่จังหวัดตรังแล้ว ต้องต่อเรือจากท่าเรือเพื่อมายังเกาะเลียง แต่แนะนำว่าท่านใดที่จะมาเที่ยวที่นี่ ให้จองแพ็คเกจกับบริษัททัวร์จะดีกว่า เพราะว่าสะดวกกว่า และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเดินทาง หรือที่พักเล

ค่าบริการในการเข้าชม
ฟรี

ที่พักและอาหาร
ที่พักบนเกาะเหลาเหลียง จะเป็นที่พักแบบเต้นท์เท่านั้น เพราะว่ามีสัมปทานได้เพียงเจ้าเดียว ในการให้บริการและอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ทั้งเรื่องห้องน้ำ และอาหารการกิน แต่ก็ถือว่ามีเพียงพอกับนักท่องเที่ยว เรื่องห้องน้ำก็สะอาด มีแบ่งแยกชัดเจนระหว่างชายหญิง ถือว่าสะดวกสบายพอสมควร

พิกัดของ เกาะเหลาเหลียง
ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
#5

ประวัติ บูบาการ์ กามาร่า มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสของ แอสตัน วิลล่า
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส 3 นัด – 0 ประตู (2022-?)
สโมสรปัจจุบัน : แอสตัน วิลล่า 30 นัด – 0 ประตู (2022-?)

บูบาการ์ กามาร่า เกิดวันที่ 23 พฤศจิกายน 1999 ที่ประเทศฝรั่งเศส เริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชน กับสโมสร มาร์กเซย์ ในปี 2005 แล้วถูกดันขึ้นไปมีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2015/16 แต่ยังไม่ได้รับโอกาส ส่วนใหญ่จะได้ลงเล่นกับทีมสำรอง จนถึงฤดูกาล 2018/19 จึงกลายเป็นตัวหลักของทีม ลงเล่น 36 นัด ยิง 1 ประตู

ฤดูกาล 2019/20 บูบาการ์ กามาร่า ลงเล่นเกมลีก 24 นัด (ตัวจริง 24 นัด) ยิงได้ 1 ประตูในเกมชนะ สตาร์บูร์ก 2-0 แล้วในฤดูกาล 2020/21 ก็ยังเป็นตัวหลักของ มาร์กเซย์ อย่างต่อเนื่อง ลงเล่นลีกเอิง 35 นัด (ตัวจริง 35) นอกจากนั้นแล้ว บูบาการ์ยังได้ลงเล่นในฐานะกัปตันทีม 1 นัด ในฟุตบอลเฟรนซ์คัพ รอบ 3 ที่เอาชนะ โอแซร์ 2-0 (ลงเล่น 90 นาที) จบฤดูกาลนั้นได้ลงเล่น 43 นัดรวมทุกรายการ ยิง 0 ประตู
ฤดูกาล 2021/22 บูบาการ์ กามาร่า ได้ลงเล่นลีกเอิง 34 นัด ยิง 1 ประตู ในเกมชนะ ลอริยงต์ 4-1 โดยลงเล่นในฐานะกัปตันทีม 4 นัด (ชนะ 3 เสมอ 1) พา มาร์กเซย์ จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ตามหลัง PSG 15 คะแนน นอกจากนั้นแล้ว ยังพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ก่อนจะพ่าย เฟเยนูร์ท 2-3 กับ 0-0 จอดป้ายแค่รอบนั้น

ฤดูกาล 2022/23 แอสตัน วิลล่า ซื้อตัว บูบาการ์ กามาร่า มาร่วมทีม พร้อมสัญญา 5 ปี เปิดตัวนัดแรก ในวันที่ 6 สิงหาคม 2022 ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 ที่แพ้ บอร์นมัธ 0-2 (ลงเล่น 82 นาที) จากนั้นเป็นตัวเลือกแรกของทีมเรื่อยมา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บ ทำให้ได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกแค่ 24 นัด (ตัวจริง 21 สำรอง 3)

ฤดูกาล 2023/24 (ปัจจุบัน) บูบาการ์ กามาร่า ยังอยู่กับ แอสตัน วิลล่า เปิดหัวฤดูกาลในวันที่ 12 สิงหาคม 2023 ด้วยการยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับร่วมกับ ดักลาส ลุยซ์ แล้วมี มุสซ่า ดิยาบี้ เป็นตัวรุก ในเกมกับ นิวคาสเซิล (แพ้ 1-5) จากนั้นในอีก 2 เกมต่อมา ได้ลงสนามครบ 180 นาที ในเกมกับ เอฟเวอร์ตั้น (ชนะ 4-0) และ เบิร์นลีย์ (ชนะ 3-1)

สำหรับการรับใช้ชาติ บูบาการ์ กามาร่า เปิดตัวกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ในวันที่ 6 มิถุนายน 2022 ในเกมยูฟ่า เนชั่นลีก ที่เสมอ โครเอเชีย 1-1 โดยลงไปแทนที่ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ในนาที 62 แล้วได้ไปยืนกลางรับคู่กับ มัตเตโอ เก็นดูซี่ จากนั้นในอีก 4 วันต่อมา ได้ลงเป็นตัวจริง (90 นาที) ในเกมเสมอ ออสเตรีย 1-1 โดยยืนเป็นมิดฟิลด์ร่วมกับ ออเรเลียง ชูอาเมนี่
#6

ในระยะไม่กี่ปีมานี้ การ์ลุส คาเซมิโร่ เป็นที่รู้จักของทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ในฐานะที่เป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของโลก ด้วยฝีเท้าอันจัดจ้านของเขา และความว่องไว ทำให้ คาเซมิโร่ สร้างปัญหาให้กับทีมรับได้อยู่ตลอด ตอนนี้เขาเป็นตัวหลักของทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่

ชื่อเต็ม การ์ลุส เอ็งรีกี คาเซมิโร่
วันเกิด 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 (31 ปี)
สถานที่เกิด เซาโฌแซดุสกังปุส บราซิล
ส่วนสูง 1.85 เมตร (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรับ

เส้นทางของการเป็นนักฟุตบอลของคาเซมิโร่

ชีวิตของ คาเซมิโร่ มีเพียงแค่ฟุตบอลอย่างเดียวเท่านั้น เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก โดยเขาเป็นอีกหนึ่งคนที่มาจากสโมสร เซา เปาโล เหมือนกับนักเตะรุ่นพี่หลายคน โดยตัวของ คาเซมิโร่ มีแววของการเป็นซุปตาร์ตั้งแต่ยังเด็ก และด้วยอายุของเพียงแค่ 11 ปี ก็ได้เป็นกัปตันทีมของชุดเยาวชนแล้ว เรียกว่าฝีเท้าพัฒนาของเขาพัฒนาได้เร็วมาก ระหว่างที่เล่นให้กับทีม เซา เปาโล ผลงานของ คาเซมิโร่ ได้ไปเข้าตาแมวมองของราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ในที่สุด ทำให้ฤดูกาลต่อมาในช่วงต้นปี 2013 ก็ได้ทำการยืมตัวมาลองเล่นในชุดใหญ่ก่อน และตัดสินใจซื้อขาดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2013-2014

แต่ฟอร์มในช่วงแรกของเจ้าตัว ยังไม่เข้าตาโค้ชเท่าไหร่ ซึ่งตอนนั้นอยู่ในการดูแลของ ราฟาเอล เบนิเตซ ตัวของ คาเซมิโร่ เลยถูกยืมตัวไปเล่นที่ลีกอื่น อย่างลีกดังโปรตุเกส ปอร์โต้ และหลังจากจบฤดูกาล ตัวของ คาเซมิโร่ ก็ได้กลับมาที่รังเดิม แต่ก็ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรอง จนมีการผลัดเปลี่ยนโค้ชจาก เบนิเตซ มาเป็น ซีดาน ชื่อของ คาเซมิโร่ ก็มีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง และครั้งนี้เขาไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำยิงประตูถล่มทลาย และยึดตัวจริงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แม้ว่าจะไม่มีทีท่าว่าจะย้ายทีม แต่อยู่ๆ ก็มีข่าวว่าเจ้าตัวได้ย้ายมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวสูงลิ่วถึง 70 ล้านปอนด์ แม้ในช่วงแรกจะทำผลงานไม่เข้าที่เท่าที่ควร แต่ภายหลังจากที่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง คาเซมิโร่ ก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ และเป็นตัวหลังในการจบสกอร์ให้กับทีม

เกียรติประวัติ

สโมสร เซาเปาลู
•    โกปาซูดาเมริกานา: 2012

เรอัลมาดริด
•    ลาลิกา: 2016–17, 2019–20
•    โกปาเดลเรย์: 2013–14
•    ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา: 2017,2019–20
•    ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2013–14, 2015–16, 2016–17, 2017–18
•    ยูฟ่าซูเปอร์คัพ: 2016, 2017
•    ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก: 2016, 2017, 2018

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
•    อีเอฟแอลคัพ: 2022–23
#7

ประวัติ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมชาติ : นอร์เวย์ 25 นัด ยิง 24 ประตู (2019-?)
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 57 นัด ยิง 54 ประตู (2022-?)

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ (Erling Haaland) เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม 2000 ที่ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับ อคาเดมี่ของสโมสร Bryne (นอร์เวย์) ช่วงปี 2005-2016 ระหว่างนั้นในปี 2015 ได้เล่นให้ทีมสำรองของ Bryne ยิง 2 ประตูจาก 3 นัด แล้วในปี 2016 ยิง 16 ประตูจาก 12 นัด

ระหว่างปี 2016 ทีมชุดใหญ่ของ Bryne เรียกตัวขึ้นไปใช้งาน ลงเล่น 16 นัด ยิงไม่ได้ แต่ด้วยฟอร์มกับทีมสำรอง ทำให้ โมลด์ ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าดึงตัวไปร่วมทีม เปิดตัวกับ โมลด์ ในปี 2017 ด้วยการยิง 4 ประตู จาก 20 นัด จากนั้นในปี 2018 ยิงอีก 16 ประตู จาก 30 นัด
จากผลงานดังกล่าว ทำให้ RB ซัลบวร์ก ดึงตัวไปร่วมทีมในช่วงกลางฤดูกาล 2018/19 ได้สัญญา 5 ปี ลงเล่น 5 นัด ยิง 1 ประตู ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มในฤดูกาล 2019/20 ด้วยการยิง 28 ประตู จาก 22 นัดรวมทุกรายการ พาทีมคว้าแชมป์ออสเตรียลีก

ผลงาน 28 ประตู ไปเตะตา ดอร์ทมุนด์ ทำให้ทัพเสือเหลือง วางเงิน 20 ล้านยูโร ดึงตัวไปร่วมทีมช่วงกลางฤดูกาล 2019/20 แล้วเปิดตัวนัดแรก วันที่ 18 มกราคม 2020 ด้วยการกดแฮตทริกใส่ เอาก์สบวร์ก ช่วยให้ทีมเอาชนะ 5-3 เป็นนักเตะคนที่ 2 ของดอร์ทมุนด์ ต่อจาก เอเมริค โอบาเมยอง ที่ยิงแฮตทริกในเกมเปิดตัว หลังจากนั้นในวันที่ 24 มกราคม 2020 ฮาแลนด์ ยิงอีก 2 ประตู ในเกมบุนเดสลีก้า ที่ชนะ โคโลญจ์ 2-0 กลายเป็นนักเตะคนแรกในบุนเดสลีก้า ที่ยิง 5 ประตู จากการลงเล่นแค่ 2 นัด แล้วจบฤดูกาลนั้นด้วยการยิง 16 ประตู จาก 18 นัดรวมทุกรายการ แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์

อีก 2 ฤดูกาลต่อมา เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ยังคงยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง ยิงรวมกัน 70 ประตู จาก 71 นัด พาทีมคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 2020/21 แล้วนั่นเป็นถ้วยใบเดียวที่เขาได้กับ ดอร์ทมุนด์ จากการอยู่กับทีม 3 ฤดุกาล ก่อนจะถูกส่งต่อให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2022 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร

ฤดูกาล 2022/23 เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เปิดตัวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 30 กรกฎาคม 2022 ในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่แพ้ ลิเวอร์พูล 0-3 แล้วหลังจากนั้นอีก 8 วัน เปิดตัวในพรีเมียร์ลีก ด้วยการยิง 2 สกอร์ช่วยให้ทีมชนะ เวสต์แฮม 2-0

หลังจากยิง 2 ประตู เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ มีส่วนร่วมในการยิงประตูในพรีเมียร์ลีกอีก 8 เกมติด ผ่านไป 9 นัด ยิง 15 ประตู พ่วงด้วย 3 แอสซิสต์ กลายเป็นนักเตะที่ออกสตาร์ทดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก จบฤดูกาล เขาลงเล่น 53 นัด ยิงได้ 52 ประตู แบ่งเป็นการ ยิงในพรีเมียร์ลีก 36 ประตู มากที่สุดใน 1 ฤดูกาล กลายเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก พร้อมกับพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์

ฤดูกาล 2023/24 (ปัจจุบัน) เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ยังอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่น 4 นัดรวมทุกรายการ ยิง 2 ประตู
#8


ฤดูกาลล่าสุด 2022-2023 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างความสุดยอดไร้เทียมทานขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง เมื่อฟาดแชมป์ไปครองได้ถึง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ได้สร้างตำนานให้ทีมชุดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งทีมสุดยอดของโลกลูกหนังที่สามารถทำ Treble champ หรือการคว้า 3 แชมป์รายการใหญ่มาครองได้ในฤดูกาลเดียว โดยทั้ง 3 แชมป์ที่เรือใบสีฟ้าคว้ามาครอบครองประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ทำให้กลายเป็นทีมที่ 2 ในอังกฤษต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้เป็นทีมแรก และบทความนี้จะมาย้อนรอยดูว่าในประวัติศาสตร์ของฟุตบอล มีทีมไหนบ้างที่เคยทำเรื่องสุดยอดแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว

Treble champ คืออะไร? Treble champ หรือจะเรียกง่ายๆว่าการคว้าแชมป์มาครองได้ทั้งหมด 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียว โดยนับเพียงแค่รายการหลักๆเท่านั้น เช่น ฟุตบอลลีก ขณะที่บอลถ้วยในประเทศให้นับเพียงรายการหลักเท่านั้นในกรณีหากมีมากกว่า 1 รายการให้แข่งขันขึ้นไป ส่วนอีกแชมป์คือแชมป์ฟุตบอลยุโรปที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก เพียงเท่านั้น โดยทีมที่ทำได้ล่าสุดอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ครบทุกเงื่อนไข คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ, คว้าแชมป์บอลถ้วยหลักของประเทศ และตบท้ายด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ทำให้กลายเป็นอีกทีมที่ทำ Treble champ ได้สำเร็จ

ทำเนียบทีมคว้า Treble champ

- กลาสโกว เซลติค (สก็อตแลนด์) เมื่อฤดูกาล 1966-67 ยักษ์ใหญ่ของสก็อตแลนด์ กลายเป็นทีมแรกของโลกที่สร้างประวัติศาสตร์ทำ Treble champ ได้สำเร็จ
- อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมส์ (ฮอลแลนด์) เมื่อฤดูกาล 1971-1972
- พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน (ฮอลแลนด์) 1987-1988
- แมนเชสเตอร์ ยูโนเต็ด (อังกฤษ)1998-1999
- บาร์เซโลน่า (สเปน) 2008-2009
- อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) 2009-2010
- บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมันนี) 2012-2013
- บาร์เซโลน่า (สเปน) 2014-2015
- บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมันนี) 2019-2020
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) 2022-2023

ทั้งหมดคือทำเนียบทีมที่คว้า 3 แชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างมากของแต่ละสโมสร โดยนับเป็นทีมระดับตำนานที่เคยสร้างผลงานสุดยอดเอาไว้ให้กับทีม แล้วในทำเนียบทั้งหมดนั้น มีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่คว้า 3 แชมป์ได้ถึง 2 ครั้ง ได้แก่ บาร์เซโลน่า กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ต้องยอมรับว่าทั้งคู่คือ 2 สุดยอดสโมสรที่มีมาตรฐานสูง แล้ว 2 ครั้งที่ทำได้ในแต่ละครั้ง ถูกยกให้เป็นทีมที่สุดยอดยากต่อกร

ปัจจุบันเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ 2023-2024 กันแล้ว ต้องรอลุ้นคอยจับตาดูว่าในฤดูกาลนี้จะมีทีมไหนที่ฝ่าฟันไปถึงจุดสูงสุดในการครอง 3 แชมป์ได้หรือไม่ แล้วทีมที่ทำได้ครั้งล่าสุดอย่างเรือใบสีฟ้าจะแกร่งมากพอที่จะกลายเป็นทีมแรกที่คว้า 3 แชมป์ได้ติดต่อกันได้หรือไม่ !!!
#9

อาร์เซน่อล หนึ่งในสโมสรที่มีฐานแฟนบอลมากที่สุดลำดับต้นๆของโลกอีกทีม มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมากมายตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรถึงปัจจุบัน สำหรับในยุคปัจจุบันที่นำทัพโดย มิเกล อาร์เตต้า เกือบที่จะหยุดการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของทีมได้เมื่อฤดูกาลก่อน 2022-2023 แต่ว่าถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปาดไปอย่างน่าเสียดาย และในฤดูกาลใหม่นี้ทีมยังคงเป็นหนึ่งในทีมเต็งลุ้นแชมป์ เมื่อตัวหลักยังอยู่กันครบ พร้อมด้วยการเสริมทัพเข้ามาใหม่ที่น่าสนใจ ส่วนในบทความนี้จะมาพูดถึง TOP 5 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมในพรีเมียร์ลีก ว่าใครกันบ้างที่ติดอันดับเข้ามาในลิสต์นี้

TOP 5 แข้งยิงให้อาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีกสูงสุดตลอดกาล


5. ธีโอ วัลคอต

เพชรเม็ดงามของทีมที่โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 20 ปี สร้างผลงานได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยความเร็วที่เป็นจุดเด่น จนได้รับฉายาว่าเป็น อองรี คนใหม่ แต่แล้วก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันด้วยฟอร์มที่หายไปดื้อๆในเวลาต่อมา แต่ก็ยังยิงรวมไปถึง 108 ประตูให้กับทีมในลีก จนติด TOP 5 ตลอดกาล

4. เดนนิส เบิร์คแคมป์
ยอดตำนานกองหน้าสายคลาสสิคของทีม ที่ยังคงเป็นขวัญใจแฟนปืนใหญ่ตลอดกาล ด้วยลีลาการเล่นที่พลิ้วไหว ทักษะฟุตบอลขั้นสูง มีการยิงประตูที่สวยสุดงดงามมากมาย เบิร์คแคมป์ คือชื่ออันดับต้นๆที่แฟนบอลนึกถึงหากต้องเอ่ยถึงดาวยิงที่ชอบ ยิงรวมในพรีเมียร์ลีกไป 108 ประตู

3. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
สร้างความเจ็บช้ำให้แฟนๆไม่น้อย เมื่อ ฟาน เพอร์ซี่ ตัดสินใจย้ายไปแมนยูแล้วคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แต่ก่อนไปเขาได้สร้างผลงานสุดยอดเอาไว้อย่างโดดเด่น ยิงเป็นกอบเป็นกำ จนขึ้นแท่นเป็นกัปตันทีม เขาคือเครื่องจักรสังหารประตูที่พึ่งพาได้เสมอ รวมเบ็ดเสร็จยิงให้ทีมไป 132 ประตูด้วยกัน

2. เอียน ไรท์
ตำนานจอมถล่มประตูของทีมอีกคนหนึ่ง เอียน ไรท์ เขามีทุกอย่างที่กองหน้าฝีเท้าฉมังควรมี ฝีเท้าที่รวดเร็ว ทักษะฟุตบอลที่ดี ยิงประตูดีคมกริบ ตลอดระยะ 7 ปี ซัดไป 144 ประตู ทำให้เขากลายเป็นอีกคนที่แฟนๆปืนใหญ่ต่างหลงรักมากที่สุด

1.เทียรี่ อองรี
แล้วอันดับ 1 ไม่ใช่ใครที่นี่ อองรี ตำนานสุดยอดตลอดกาลของทีมตัวจริงเสียงจริง แม้ทุกวันนี้จะเลิกเล่นไปแล้ว แต่เขายังเป็น THE KING คนเดิมของทีมอยู่เสมอ สร้างความสุดยอดเอาไว้จนนับไม่ถ้วน ผลงานไม่ต้องพูดถึงว่าสุดยอดแค่ไหน เขาคือกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกในยุคของเขา รวมแล้วยิงให้ปืนใหญ่ในพรีเมียร์ลีก 228 ประตู และสถิตินี้จะคงอยู่กับทีมไปอีกยาวนานแน่นอน
#10

ภูกระดึง เป็นสถานที่สุดโปรดของใครหลายคนที่เคยไปมาแล้ว ไม่ว่าจะ 1 ครั้ง 2 ครั้ง หรือหลายๆครั้ง ที่แต่ละครั้งความประทับใจไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าค้นหาอยู่เยอะมากๆ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยไปด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บทความนี้จะมาบอกถึงเหตุผลที่น่าสนใจ ว่าทำไมชีวิตนี้ต้องมาลองพิชิตยอดเขาสุดฮิตอย่าง ภูกระดึง ณ จังหวัดเลยให้ได้สักครั้ง

4 เหตุผลที่ควรมาพิชิตภูกระดึง


1.เอาชนะใจตัวเอง
แม้ทางเดินขึ้นภูกระดึงจะเพียงแค่ 5.5 กิโลเท่านั้น แต่บอกเลยว่าไม่ง่าย ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะขึ้นไปถึงยอดได้ การเดินผ่านด่านทั้ง 10 ที่หมายถึงที่พักแต่ละโซน จะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ทำให้ท้อใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่หากฝ่าฟันอุปสรรคตลอดทางขึ้นมาถึงยอดได้ ขอบอกเลยว่าสุดคุ้มค่า แล้วคุณจะภูมิใจในตัวเองว่าครั้งหนึ่งได้เอาชนะใจตัวเองจนเอาชนะมันได้

2.ความสวยงามที่หาที่ไหนไม่ได้อีก
ภูกระดึง มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วในประเทศ เพราะเมื่อขึ้นไปถึงยอด จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่กว้างขวาง จะเดินเท้าก็ได้ หรือจะเช่าจักรยานปั่นก็ได้ โดยแต่ละที่ที่เมื่อเดินทางไปถึง ขอบอกว่าจะทำให้หายเหนื่อยอย่างแน่นอน

3.ความสวยงามยามพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
ชื่อของผาหล่มสัก สำหรับคนไม่เคยไปอาจจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะที่นี่คือที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยอันดับต้นๆของประเทศ แล้วหากไปช่วงหน้าหนาวที่อากาศหนาวเย็น จะยิ่งฟินคูณ 2 มากเข้าไปอีก แม้การเดินทางมาถึงที่นี่จะไม่ง่าย เพราะอยู่ไกลจากที่พักมากที่สุด แต่นี่คือจุดเช็คอินแลนด์มาร์ก ที่หากได้มาจนตราตรึงใจกับความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ

4.น้ำตกกับดอกเมเปิ้ลแดง
ภูกระดึงมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง ที่เป็นเส้นทางเลาะไปตามหุบเขา โดยจะมีหลักๆประมาณ 5-6 แห่ง แล้วน้ำตกแต่ละแห่งต่างมีต้นเมเปิ้ลอยู่เต็มไปหมด ช่วงที่สวยที่สุดคือช่วงเดิน ธ.ค.-ม.ค. ที่เมเปิ้ลจะออกสีแดงทั้งต้น เมื่อตัดกับน้ำตกที่สวยงาม ที่นี่ราวกับสวรรค์ดีดีนี่เอง มันสวยจนอยากจะหยุดเวลาไว้ซะจริงๆ

แม้ว่าภูกระดึงจะขึ้นชื่อว่าทั้งยากทั้งเหนื่อยทั้งท้อใจกว่าจะไปถึงที่หมาย แต่หากทำสำเร็จจะเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกจริงๆ สิ่งนี้จะต้องเป็นแต่ละคนเท่านั้นที่จะต้องสัมผัสด้วยตัวเอง ที่มั่นใจว่าจะพบกับความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม และอยากจะกลับมาอีกครั้งในอนาคตก็เป็นได้